อาจจะดูเหมือนเรื่องน้ำเน่าว่าแค่การร้องเพลงมันจะสามารถทำให้คนรักกัน แต่บทเพลงนั้นก็สามารถทำให้ความรักของหลายๆคูสมหวังมามากมายแล้ว ก็เพราะบทเพลงแต่ละบทเพลงนั้นสามารถสื่ออารมณ์ ความรู้สึกและตัวตนของผู้ขับร้องและผู้เล่นดนตรีได้ ดังนั้นเราก็ไม่ควรมองข้ามบทเพลงที่ผู้อื่นไดขับร้องให้เราฟัง เขาอาจจะส่งสัญญาณหรือสื่ออะไรบางอย่างผ่านบทเพลงก็ได้
ซองมิน
ฮะรุ่นพี่ซีวอน
เราเคยรำคาญหรือเบื่อพี่บางไหม?
ไม่นี่ฮะรุ่นพี่
เอ่อพี่ว่า..
?
พี่ว่าเราเลิกกันเถอะ
รุ่นพี่ว่าอะไรนะฮะ
คือพี่ว่าเรายังเด็กเกินไปเราสองคน..
เข้ากันไม่ได้ใช่ไหมฮะ ร่างบางตอบเสียงสั่น
คือพี่ขอโทษนะที่พี่.
ไม่ต้องพูดแล้วฮะรุ่นจะเลิกกับผมก็รีบเลิกเถอะฮะไม่ต้องเอาเหตุผลมาอ้าง.ไม่ว่าจะเหตุผลอะไร.ผมไม่อยากฟังผมเข้าใจรุ่นพี่ฮะรีบไปเถอะ ร่างบางพูดเสียงสั่น กลั้นเสียงสะอื้น ตอนนี้น้ำตาคลอเบ้าพร้อมที่จะไหลทุกเวลา ทำไมทำไมรุ่นพี่ต้องทำอย่างนี้ด้วย!! เจ็บเจ็บมาก เจ็บมากจริงๆ!
พี่ขอโทษ (ขอโทษแล้วหายตำรวจจะมีไว้ทำไม)
.
และแล้วซีวอนก็ค่อยๆย่างเท้าเดินจากไป ร่างบางทำอะไรไม่ถูก เหมือนเรี่ยวแรงมันถูกกลืนหายไปพร้อมกับคำว่าเราเลิกกันเถอะ ต่อจากนี้คงไม่มีคำว่าคนรักกันสำหรับเราสองคนแล้วสินะ รู้ทั้งรู้ว่ารุ่นพี่ซีวอนเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่พบกับใครคนนั้น รุ่นพี่ฮีซอล(ตบสักทีดิหมั่นไส้) คนที่เปลี่ยนพี่ซีวอนจากคนที่เคยใจดีกลายเป็นเย็นชา แต่เราก็ปิดหูปิดตาแกล้งทำไม่รู้ตลอด เราเองสินะที่โง่ โง่ที่ไม่ยอมรับความจริง โง่ที่หลอกตัวเองมาตลอดว่ารุ่นพี่ยังรักเรา ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ ว่ารุ่นพี่เขาหมดใจกับเรา กี่ครั้งแล้วที่แล้วที่เราไม่ยอมความจริง รุ่นพี่ไม่ผิดหรอก เราต่างหากที่ผิด ผิดที่ทำใจยอมรับมันไม่ได้สักที
ซองมิน นักเรียนชั้นม.ปลายที่เคยถูกคนทั้งโรงเรียนอิจฉามากที่สุด ครั้งที่ยังคบกับรุ่นพี่ซีวอนอยู่ แต่ตอนนี้เขากลายเป็นอดีตซินเดอเลล่า เพราะตอนนี้รุ่นพี่ซีวอนหันไปคบกับนักเรียนใหม่นั้นก็คือรุ่นพี่ฮีซอล ร่างบางเดินลงจากชั้นดาดฟ้าที่แสนเจ็บปวดค่อยๆเดินมาหาเพื่อนคนหนึ่งในห้อง เขาคนนั้นก็คือฮยอกแจ เพื่อนที่คบกันมานานและเขาไว้ใจมากที่สุดนั้นเอง
ซองมินรุ่นพี่เขาว่าไง
เราสองคนเลิกกันแล้ว
ร่าบางตอบด้วยเสียงอันแผ่วเบา
ห๋า!!!อะไรนะนายเลิกกับรุ่นพี่ซีวอนแล้วเพราะเขาคนนั้นใช่ไหมถึงทำให้นายกับรุ่นพี่ต้องเลิกกันม่ะชั้นจะไปจัดการหมอนั่นให้ (เอาเลยๆฮยอกแจ moojunหนับหนุนให้เข็มละ500)
อย่านะฮยอกแจเรื่องมันผ่านไปแล้ว ไม่มีค่าที่จะจำหรือพูดถึงเขาอีก
แต่ซองมิน..
เถอะน่า.
โธ่เว้ย!!นายนี่แม่พระจริงๆให้ตายสิเฮ้อออ
ฮยอกแจบ่นพร้อมกับถอนหายใจยาวออกมาก่อนที่จะดึงตัวซองมินเข้ามากอดปลอบประโลม ซองมินก็ไม่ปฏิเสธอ้อมกอดนั้น พร้อมกับร้องไห้ออกมาทันที ทั้งสองกอดกันในห้องโดยไม่สนใจสายตาคู่อื่นที่กำลังจ้องมองเขาทั้งคู่อยู่ ทั้งคู่กอดกันจนกระทั่งเสียงออดดังเตือนว่ากำลังจะเริ่มคาบบ่ายแล้ว
ตลอดคาบบ่าย ฮยอกแจหันมามองโต๊ะซองมินตลอดด้วยความเป็นห่วง แทบไม่เป็นอันเรียนกันเลยทีเดียว ก็อย่างว่าทั้งคู่สนิทกันตั้งแต่เด็ก บ้านก็อยู่ใกล้กันแทบจะอยู่ข้างบ้านอยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่ทั้งคู่จะสนิทกัน จนคนเรียกกันว่าเจ้าหญิง(ฟักทอง)ซองมินกับองครักษ์ฮยอกแจกันอยู่แล้ว(เหอะๆ)
หลังเลิกเรียนทั้งคู่กลับบ้านด้วยกันตามปกติ แม้วันนี้ซองมินจะดูโศกเศร้ามากแค่ไหนก็ตาม ฮยอกแจก็พยายามชวนคุยและสร้างเสียงหัวเราะอยู่เสมอ จึงทำให้ซองมินยิ้มออกขึ้นมาบ้าง
อืมถึงบ้านแล้ว
ขอบใจมากนะฮยอกแจ
เอ่อซองมิน
หืม?
กีต้าร์ของนายตัวนั้นของนายยังอยู่รึเปล่า(ที่บ้านไม่มีอะดิมาบ้านjunม่ะ ให้ทั้งกีต้าร์ให้ทั้งเจ้าของเลย เหอะๆ)
อืมยังอยู่ทำไมล่ะ
ชั้นจะขอยืมหน่อยนะ
อืมได้สิเข้าไปเอาในบ้านชั้นเข้ามาสิ
ซองมินพูดพร้อมกับจูงมือฮยอกแจให้เดินตามเข้ามา(ตายล่ะลูกชาย(หรือหญิง)บางคนประพฤตตนไม่งามจะฟ้องเจ๊เบียบ) จนทั้งคู่เดินมาถึงหน้าห้องนอนของซองมิน
เอ่อฮยอกแจ
หือ?
ห้องชั้นรกหน่อยนะวันนี้อย่าว่ากันล่ะ
อืม
ซองมินค่อยๆเปิดประตูห้องเดินเข้าไป
ไหนล่ะห้องรกของนาย
ฮยอกแจมองไปรอบๆห้อง ไหนล่ะที่ซองมินบอกว่ารก ทุกอย่างยังเรียงเป็นระเบียบเรียบร้อยดูสะอาดอยู่ ถ้าเทียบกับห้องเขาแล้ว เหมือนฟ้ากับเหว ห้องรกยิ่งกว่ารังหนูซะอีก
ก็นี้ไง
ซองมินชี้ไปที่ตะกร้าที่ยังมีเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ซักอยู่ ฮยอกแจถึงกับอึ้ง(ตลกเถิดหนูซอง)
เนี่ยนะรกของนายถ้าห้องเขาเรียกว่ารกแล้วห้องชั้นเขาเรียกว่าอะไรเนี่ย
รังหนูไง ซองมินเริ่มยิ้มออก
โห!!ว่ากันอย่างนี้เหรอไม่เอาแล้วกีตงกีต้าร์อะไรนะจะกลับบ้านแล้วเซ็ง
ฮยอกแจเริ่มเกิดอาการงอน ก่อนจะเดินไปที่ประตูเพื่อจะกลับบ้าน แต่แล้วซองมินก็
ฮยอกแจ!เดี๋ยวก่อน
ซองมินรั้งข้อมือของฮยอกแจไว้(กิริยาไม่งามอีกแล้ว) ฮยอกแจค่อยๆหันมาก็พบว่าซองมินกำลังก้มหน้าน้ำตาคลอเบ้าอยู่
ซองมิน.
อย่าเพิ่งกลับเลยนะเมื่อกี้ชั้นขอโทษ
พูดพร้อมกับค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา ทำเอาฮยอกแจใจอ่อนทันที
เออชั้นอยู่ก็ได้แล้วไหนล่ะกีต้าร์
ตรงนั้นไง
ซองมินชี้ไปที่ข้างๆตู้เสื้อผ้าที่มีกีต้าร์วางพิงอยู่ ฮยอกแจไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหยิบทันที ก่อนจะเดินเข้าไปหาซองมินอีกครั้ง
นายอยากฟังเพลงอะไรไหม
แล้วแต่ฮยอกแจแล้วกัน
ได้คร้าบบเดี๋ยวจัดให้
ฮยอกแจรีบเดินไปที่เตียงก่อนจะนั่งเตรียมเล่นกีต้าร์ให้ซองมินฟัง ซองมินก็ตั้งใจฟังโดยการนั่งไปอยู่ข้างๆฮยอกแจ
ฮยอกแจเริ่มดีดกีต้าร์ เพลง I dont want to talk about it ของ Rod Stewart แม้น้ำเสียงจะไม่แหบเศร้าละม้ายคล้ายต้นฉบับเดิมที่ร้องไว้ก็ตาม แต่ด้วยเสียงกีต้าร์ที่ไพเราะก็ทำให้ซองมินฟังอย่างตั้งใจ
I can say by your eyes
That you probably been crying forever
And the stars in the sky
Dont mean nothing to you, they are mirror
I dont want to talk about it
How your broke my heart
If I say here just a little bit longer
If I stay here wont to listen
To my heart
Oh.my heart
If I stay all alone
Will the shadow hide the color of my heart
Blue fall the tear, black fall the night
Still the stars in the sky
Dont mean nothing to you, they are mirror
ฮยอกแจหันมาสบตาซองมินก่อนจะร้องต่อ
I dont want to talk about it
How you broke my heart
If I stay here just a little bit longer
If I stay here wont to listen
To my heart
Ohmy heart
ซองมินที่ตั้งใจฟังตั้งแต่แรกก็ถึงกับเคลิ้มไป จนกระทั่งจบเพลงซองมินรีบปรบมือ กล่าวชมฮยอกแจยกใหญ่
ฮยอกแจเพลงเมื่อกี้เพราะมากเลยล่ะ(อย่าว่าแต่ซองมินเลยjunยังเคลิ้ม เหอะๆ)
จริงเหรอ ฮยอกแจพูดเขินๆ
อืมจริงๆ
ขอบคุณนะ
ชั้นต่างหากที่ต้องขอบคุณนายอุตส่าห์ปลอบใจแถมร้องเพลงให้ฟังอีกขอบคุณนะ
ซองมินพูดพร้อมกับขยับตัวเข้าไปกอดทันที
ฮยอกแจขอบคุณนะ
ไม่เป็นไรงั้นชั้นกลับก่อนนะ
อืมเดี๋ยวไปส่งนะ
ซองมินไปส่งฮยอกแจที่หน้าบ้าน พอร่ำลาเสร็จก็เดินเข้าบ้านไป ส่วนฮยอกแจก็ยังคงยืนอยู่หน้าบ้าน แม้ซองมินจะเดินเข้าบ้านไปแล้วก็ตาม ตอนนี้เขามั่นใจแล้ว ว่าความรู้สึกของเขาที่มีต่อซองมิน มันมากเกินคำว่าเพื่อนแล้ว ทั้งๆที่ผ่านมาเขาพยายามปฏิเสธตัวเองว่ารักซองมินอยู่ จนกระทั่งวันนี้ เขารู้ว่าซองมินเลิกกับรุ่นพี่ซีวอน ทำไมในใจลึกๆในใจรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก จนตอนเย็นเขาได้ร้องเพลงที่เขาเคยได้ยินให้ซองมินฟัง เขาก็ยอมรับความรู้สึกที่ก่อในใจมานาน ความรู้สึกที่เรียกว่ารัก
วันรุ่งขึ้นทั้งคู่ก็ยังไปโรงเรียนตามปกติ แม้ซองมินยังคงเศร้าอยู่โดยเฉพาะเวลาเห็นรุ่นพี่ซีวอนกับรุ่นพี่ฮีซอลเดินเคียงคู่กัน จนฮยอกแจรู้สึกแย่ตาม จนกระทั่งหลังเลิกเรียน ทั้งคู่ตัดสินใจมาทำรายงานที่บ้านฮยอกแจ ส่วนใหญ่ซองมินไม่ค่อยได้ทำหรอก ฮยอกแจทำให้ซะมากกว่า จนกระทั่งทำรายงานชิ้นนั้นเสร็จ ก็เหลือเพียงแต่เข้าเล่ม ฮยอกแจตัดสินใจจะไปหยิบเอง แต่ซองมินก็รั้งไว้ซะก่อน
ฮยอกแจไม่ต้องหรอกเดี๋ยวชั้นหยิบให้เอง
แต่ว่า
ทำต่อเถอะน่าไม่ต้องห่วงแถวโต๊ะเขียนหนังสือใช่ไหมขึ้นไปล่ะนะ
ซองมินรีบวิ่งขึ้นไปโดยไม่ฟังคำทักทวงของฮยอกแจ ร่างบางวิ่งขึ้นมาถึงห้องนอนของฮยอกแจ ก็ถึงกับบ่นใหญ่
ห้องยังไม่เปลี่ยนเลยนะรกยังไงก็รกยังนั้น
ก่อนจะเดินเข้าไปหาแม็กเย็บกระดาษที่โต๊ะเขียนหนังสือทันที ขณะที่ร่างบางหาของไปเรื่อยอยู่นั้น ก็สะดุดกับกล่องสีสันสวยงามกล่องหนึ่งที่แอบอยู่ในลิ้นชัก
กล่องอะไรน่า
พอซองมินเปิดกล่องออกมา ก็พบกับรูปเขากับฮยอกแจที่เคยถ่ายด้วยกันในสมัยเด็ก และรูปสมัยม.ต้นและปัจจุบันในท่าทางอิริยาบทต่าง บางรูปเขาก็ไม่เคยเห็นหรือเคยรู้มาก่อนว่ามีรูปใบนี้ ร่างบางมองรูปตัวเองไปยิ้มไป นี่ฮยอกแจเก็บรูปของเราด้วยเหรอเนี่ย ร่างบางดูรูปไปเรื่อยๆจนกระทั่งรูปใบสุดท้าย เป็นรูปเขากำลังยิ้มแป้นให้กล่องอยู่ พอเห็นรูปนี้ก็อดหัวเราะตัวเองไม่ได้ ด้วยความที่หัวเราะเพลินมากไปหน่อย รูปถ่ายจึงหลุดมือร่วงลงสู่พื้น ร่างบางจึงรีบหยิบขึ้นมา พอพลิกมาดูที่ด้านหลังภาพก็พบกับข้อความหนึ่ง ทำเอาร่างบางถึงกับอึ้งทันที ก็คำนั้นฮยอกแจเขียนไว้ว่า
ชั้นรักนายซองมิน
ทางด้านฮยอกแจก็กังวลว่าซองมินจะเจอกล่องใส่รูปใบนั้นรึเปล่า ทนรอร่างบางไม่ไหว ฮยอกแจจึงตัดสินใจวิ่งขึ้นไปตามซองมินทันที
ซองมิน
ฮยอกแจหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นว่าซองมินกำลังอ่านข้อความหลังภาพถ่ายใบนั้นอยู่
ฮยอกแจมันหมายความว่ายังไง
ซองมินพูดพร้อมกับชูรูปใบนั้นขึ้นมา จ้องหน้าฮยอกแจนิ่ง
คือชั้น
ซองมินไม่พูดต่อแต่เดินเข้ามาหาฮยอกแจ และเขวี้ยงรูปใบนั้นใส่หน้าฮยอกแจทันที
ทำไมต้องโกหกกันด้วยเห็นชั้นเป็นคนโง่ใช่ไหมคิดว่าชั้นไม่สังเกตเลยเหรอไงว่านายแปลกไปนายคงดีใจสินะที่รุ่นพี่เขาเลิกกับชั้นแต่รู้ไว้เลยนะยังไงๆชั้นก็ไม่มีวันรักนาย!!
ซองมินพูดเสร็จก็วิ่งลงข้างล่างเก็บของเดินออกจากบ้านทันที ฮยอกแจค่อยเก็บรูปนั้นขึ้นมาก่อนจะเก็บรูปถ่ายที่เหลือใส่กล่องอย่างถะนุถนอม ส่วนทางด้านซองมินพอถึงบ้านก็รีบอาบน้ำเข้านอน แต่นอนเท่าไรก็นอนไม่หลับ เพราะอะไรกัน หรือว่าเราพูดกับเขาแรงไปเลยไม่สบายใจ หรือเพราะคำว่ารักของฮยอกแจมันยังค้างคาใจอยู่
วันรุ่งขึ้นทั้งสองต่างคนต่างไปโรงเรียน โดยซองมินพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเจอหน้าฮยอกแจ ฮยอกแจโทรไปก็ไม่ยอมรับ ทำเป็นไม่ได้ยินเวลาฮยอกแจเรียก หรือทำเมินเมื่อเดินผ่าน สร้างความอึดอัดใจให้แก่ฮยอกแจ ตลอด2-3วันที่ผ่านมา ซองมินทำเหมือนไม่รู้จักฮยอกแจ ไม่พูด ไม่เล่นกันเหมือนเคย จนคนอื่นๆต่างสงสัยว่าคู่นี้เป็นอะไรกัน
จนกระทั่งเย็นวันหนึ่ง ขณะที่ซองมินกำลังจะเดินเข้าบ้าน ก็เห็นตู้จดหมายมีซองจดหมายค้างอยู่ จึงตัดสินใจหยิบออกมาจากตู้รับจดหมาย โดยจดหมายได้จ่าหน้าซองไว้ว่า
ถึง ซองมิน
ใครกันนะ ซองมินพูดกับตัวเองเบาๆ
พอเข้าบ้านเสร็จ ซองมินก็รีบเข้าห้องนอนตัวเองเพื่ออ่านจดหมายทันที ร่างบางค่อยๆแกะจดหมายเปิดอ่านเนื้อความในจดหมาย
ถึงซองมิน
อย่าตกใจล่ะว่าใครเป็นคนส่งมา นี่ชั้นฮยอกแจเองชั้นรู้ว่านายคงโกธรชั้นมาก ชั้นขอโทษนะ อยากให้นายอ่านจดหมายนี่ให้จบก่อน ถ้านายอ่านเสร็จนายจะทิ้งมันชั้นก็ไม่ว่าอะไร กี่ปีแล้วที่ชั้นกับนายรู้จักกัน เราสองคนเติบโตมาด้วยกัน ชั้นมองเห็นนายตลอด แม้นายจะเห็นชั้นเป็นแค่เพื่อนสนิทก็ตาม ชั้นไม่รู้ว่าชั้นหลงรักนายตอนไหน แต่ที่รู้มีเพียงสิ่งเดียวคือชั้นรักนายมาก รักนายมาตลอด และไม่หวังว่านายจะรักชั้นตอบกลับมา แม้ความรักชั้นอาจจะดูไร้ค่าในสายตานาย แต่นายยังคงมีค่าในสายตาชั้นเสมอ ขอโทษจริงๆที่ไม่สามารถห้ามความรู้สึกนี้ไม่ให้เกิดขึ้นกับเราสองคน ก็นายนะทั้งดูแล ให้ความสำคัญชั้นเสมอ แม้จะแค่ในฐานะเพื่อนก็ตาม ชั้นก็ยังเก็บมาคิดถึงนายตลอดเรื่อยมา จนก่อเกิดเป็นความรัก ถ้าคำๆเดียว คำว่ารักทำให้เราสองคนต้องแยกจากกัน ชั้นยอม ยอมที่จะเก็บคำว่ารักไปตลอดกาล ชั้นขอให้นายลืมคำๆนั้นได้ไหม ชั้นรู้ดีว่านายคงไม่ลืมหรอก ถ้านายไม่ลืมก็ขอให้จดจำไว้ก็แล้วกันว่า ชั้นยังคงรักนายเสมอจากวันนี้ตราบชั่วนิรันดร์ นายเจ็บปวดใจจากคนที่นายรักเมื่อไร ก็ให้นึกถึงชั้นคนนี้แม้จะเป็นคนสุดท้ายที่นายนึกถึงก็ตาม อีกไม่นานหรอกซองมิน นายจะไม่ต้องทนอึดอัดกับคำว่ารักของชั้นแล้ว ลาก่อนคนที่ชั้นรัก ซองมิน
จาก ฮยอกแจ
หลังจากซองมินอ่านจดหมายเสร็จ ก็ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา ไหนล่ะซองมิน ไหนนายบอกว่านายไม่มีวันจะรักเขาไง แล้วทำไมนายต้องร้องไห้หลังจากอ่านจดหมายเสร็จ ทำไมต้องรู้สึกปวดใจตามฮยอกแจด้วย คนเราโกหกใครก็โกหกได้ ยกเว้นสิ่งเดียวที่นายโกหกไม่ได้ หัวใจของนายไงล่ะซองมิน บางครั้งคนเราอาจคิดว่าคงจะรักใครคนอื่นไม่ได้อีก เปล่าเลยซองมิน นายไม่ยอมเปิดใจเองต่างหาก นายเองก็น่าจะรู้ว่าฮยอกแจรู้สึกยังไง นายไม่ใช่คนโง่นิ บางครั้งสิ่งที่ดีที่สุดก็จะอยู่ใกล้ๆตัวเรา นายกำลังพลาดสิ่งที่ดีและมีค่ามากที่สุดไปแล้วล่ะซองมิน
คืนนั้นซองมินนั่งคิดอยู่บนเตียงคนเดียวทั้งคืน ว่าเขาควรจะทำยังไงดี จนกระทั่งวันรุ่งขึ้น ซองมินมาโรงเรียนในสภาพขอบตาบวมช้ำเนื่องจากร้องไห้บวกกับไม่ได้นอน ทุกคนต่างทักว่าซองมินเป็นอะไร โดยฮยอกแจทำได้แค่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ(อย่างห่วงๆ) เพราะยังคิดว่าซองมินยังโกธรอยู่ จึงไม่กล้าเรียกซองมินมาถามเหมือนตอนแรก จนกระทั่งคาบเช้า อาจารย์ประจำชั้นก็เข้ามายืนหน้าห้องเพื่อบอกข่าวบางเรื่องเหมือนเช่นปกติ
นี่ๆๆๆทุกคนฟังกันหน่อยวันนี้มีเพื่อนคนหนึ่งเขาจะไปจากห้องของเราไปเรียนต่อที่อังกฤษเขาคงอยากลาพวกเราฮยอกแจออกมานี้สิ
ทุกคนต่างให้ความสนใจไปที่ฮยอกแจโดยเฉพาะซองมินจ้องฮยอกแจไมกระพริบ เมื่อฮยอกแจออกไปยืนหน้าห้อง อาจารย์ก็สั่งให้ฮยอกแจบอกลาเพื่อน เนื่องจากจะออกไปเรียนที่อื่น
คือ.
ทุกคนต่างพร้อมใจกันเงียบ เพื่อฟังคำบอกลาของฮยอกแจ โดยเฉพาะซองมินที่มองฮยอกแจด้วยสายตาไม่เข้าใจ
ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมขอขอบคุณทุกๆคนในห้องนี้มากๆ ที่ช่วยเหลือผมโดยให้ผมลอกการบ้าน.(ต้ายห้องชั้นลอกข้อสอบยะชนิดติดกับอาจารย์ด้วยแค่ลอกการบ้านจิ๊บๆ)
ทุกคนหัวเราะ ยกเว้นซองมินคนเดียวที่ยังมองฮยอกแจอยู่โดยไม่หัวเราะสักคำ
อาจฟังดูตลก แต่สำหรับผมมันคือการแสดงความมีน้ำใจจากคุณให้แก่ผม ขอบคุณมากจริงๆ.
ทุกคนหันไปมองฮยอกแจอย่างซาบซึ้ง ฮยอกแจหันไปมองซองมิน ก่อนจะกล่าวต่อ
สำหรับบางคน ผมก็อยากให้เขาดูแลรักษาตัวเองดีๆ อย่าขี้แหยนัก ใจเย็นลงบ้างแล้วก็รักตัวเองให้มากๆล่ะ
ทุกคนสลับมองฮยอกแจกับซองมินอย่างรู้ทัน พร้อมกับส่งยิ้มให้
เอาละๆทุกคนฮยอกแจเขาออกเครื่องตอนช่วงบ่ายวันนี้เขามาลาพวกเราเป็นครั้งสุดท้ายแล้วเขาก็จะกลับบ้านไปเตรียมตัวแล้วมีใครอยากบอกอะไรเขาไหม
ทุกคนหันไปหาซองมินหมด
ผมครับ(ช่างกล้าเนาะลูกใครหว่า)
พอซองมินยกมือแสดงตัวขึ้น ทุกคนเฮลั่น
มีอะไรจะบอกเขาเหรอซองมิน
ซองมินค่อยๆเดินเข้าไปหาฮยอกแจ แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อจู่ๆซองมินก็วิ่งเข้ากอดฮยอกแจทันที
อย่าไปไหนนะฮยอกแจ
ฮยอกแจที่กำลังอึ้งอยู่ พอได้สติก็กอดซองมินตอบทันที ทั้งสองคลายอ้อมกอด จ้องมองซึ่งกันและกัน
ทำไมนายไม่ห้ามชั้นก่อนหน้านี้
ก็ใครจะคิดว่านายจะหนีชั้นไปจริงๆ ซองมินทำหน้างอใส่
พอซองมินพูดเสร็จทั้งสองก็สวมกอดต่อทันที(โหเล่นสวีตหน้าห้องเลย อายไหมนั่น) ทำเอาทุกคนในห้องต่างส่งเสียงโห่ร้องใส่คนทั้งคู่ ฮยอกแจทนไม่ไหวจึงขออนุญาตพาซองมินออกไปนอกห้อง ก็ยังไม่วายยังมีพวกสอดแนมตามไปอีก จนอาจารย์ต้องลากเจ้าพวกที่เหลือกลับเข้าห้องไป
ที่ดาดฟ้าของโรงเรียน ทั้งคู่พากันขึ้นมาบนชั้นนี้เพราะสงบและเงียบที่สุด(ทำอะไรกันนะ ทำไมพามากันที่เงียบๆอย่างนี้ คิดมากนะเฟ้ย) แต่บรรยากาศก็เปลี่ยนไปเมื่อซองมินจู่ๆก็โพล่งขึ้นมา..
ที่นี้ชั้นกับรุ่นพี่ซีวอนเคยมาสารภาพรักกันที่นี้ด้วย
ไอ้คนพูดนะยิ้ม แต่ไอ้คนฟังนี่สิหน้างอแล้ว(อาการงอนออกฤทธิ์)
แต่ความรักของชั้นกับเขาก็จบลงที่นี้เช่นกันและตอนนี้ความรู้สึกรักเขาในตอนนั้นก็ละลายหายไปหมดแล้ว เพราะว่า.
ซองมินหันมามองพร้อมกับขี้นิ้วไปที่ฮยอกแจอย่างเขินๆ(วิ้ว!!!)
ก็เพราะนายฮยอกแจชั้นยอมเปิดใจแล้วชั้นรัก
ยังไม่ทันที่ซองมินจะพูดจบริมฝีปากของร่างบางก็โดนฮยอกแจริบไปซะแล้ว จูบที่อ่อนโยนไม่เร่งรีบ เพราะเป็นจูบที่มอบด้วยความรัก ไม่ใช่อารมณ์ใคร่ จึงแผ่วเบาและอ่อนหวานที่สุดเท่าที่ผ่านมา
หลังจากจูบที่อ่อนหวานผ่านไป ทั้งสองก็หาที่นั่งคุยกัน
ซองมินจำวันที่ชั้นเล่นกีต้าร์และก็ร้องเพลงได้ไหม
จำได้สิวันนั้นนายร้องเพราะมากเลย
นายรู้ไหมทำไมชั้นถึงร้องเพลงนั้น
ทำไมล่ะ?
เพราะวันนั้นชั้นรู้หัวใจตัวเองแถมวันนั้นนายอกหักอีกชั้นก็เลยร้องเพลงนี้ให้นายไง
จริงเหรอขอบคุณนะ
แล้วทั้งคู่ก็สวมกอดกันอีกครั้ง เหมือนโหยหาความอบอุ่นเช่นนี้มานานแสนนาน
บางครั้งคนเรามักจะมองข้ามสิ่งที่ใกล้ตัวเราไป และเราก็มักจะเห็นค่ามันเมื่อสายเกินไป บางครั้งความรักระหว่างเพื่อนอาจจะดูง่าย แต่ความจริงแล้วมันก็ยากพอๆกับการรู้จักคนแปลกหน้า ไม่งั้นเขาจะกล่าวเหรอว่าเปลี่ยนแฟนเป็นเพื่อนยังง่ายกว่าเปลี่ยนเพื่อนเป็นแฟน แต่คำๆนี้ใช้ได้ไม่หมดกับทุกๆคน ถ้าหากเราเปิดใจยอมรับและให้โอกาสเพื่อนคนนั้น แล้วคุณล่ะเปิดโอกาสให้เพื่อนของคุณอย่างซองมินหรือยัง? ถ้าคุณไม่ให้โอกาสเขา คุณอาจเสียความรักที่ดีที่สุดไปแล้วก็ได้ ใครจะไปรู้..
The End
Special Talk
สวัสดีค่ะทุกๆคน ficเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องแรกที่แต่งข้ามค่ายจากJohnnys jr.มาเป็นค่ายSM Entertainment(ไอ้หนูอย่างนี้เขาไม่เรียกว่าข้ามค่ายแล้ว เขาเรียกว่าข้ามประเทศแล้ว) ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะค่ะ มันอาจจะทะแม่งๆหน่อยว่าอยู่jr.ดีๆ ทำไมถึงมาsujuได้ เหตุผลก็เพราะไอ้หมูอ้วนประจำวงKAT-TUN(ไม่ขอเอ่ยนาม คาดสีดำปิดตาด้วย)มันไปเรียนภาษาอังกฤษ(ซึ่งมันก็เกือบจะถนัด)ที่เมืองนอก จึงเกิดอาการน้อยอกน้อยใจขึ้นมาเล็กน้อยถึงปานกลาง แถมถูกเจ๊บางคนล่อลวงเอ๊ย!ชักจูงเข้ามา จึงติดsujuและชินดงอย่างงอมแงม(ชินดงไม่ใช่ยา) อ้อ!ส่วนเรื่องอื่นๆของsujuก็จะตามมานะ แต่ส่วนใหญ่เป็นคนคิดพล็อตแล้วให้เจ๊ที่ล่อลวงเอ๊ย!ชักจูงเข้ามาแต่งให้ซะมากกว่า เพราะแต่งเองทีไร ล่มทุกที ไม่ใช่แต่งต่อไม่ได้ แต่เพราะความขี้เกียจมากกว่า เหอะๆ สำหรับ Suju เราถือว่ายังเป็นแฟนคลับใหม่อยู่ยังไงก็ติชมในความไม่เหมาะสมได้นะค่ะ ถ้ามีอารมณ์เมื่อไรเจอกันใน shot fic เรื่องหน้านะค่ะ รักนะชินดงอ้วน ไอ้หมูตอนประจำsuju น่ารักที่สุดเลย ชินดงจงเจริญ วิ้ว!!!