2006/Dec/03

อาจจะดูเหมือนเรื่องน้ำเน่าว่าแค่การร้องเพลงมันจะสามารถทำให้คนรักกัน แต่บทเพลงนั้นก็สามารถทำให้ความรักของหลายๆคูสมหวังมามากมายแล้ว ก็เพราะบทเพลงแต่ละบทเพลงนั้นสามารถสื่ออารมณ์ ความรู้สึกและตัวตนของผู้ขับร้องและผู้เล่นดนตรีได้ ดังนั้นเราก็ไม่ควรมองข้ามบทเพลงที่ผู้อื่นไดขับร้องให้เราฟัง เขาอาจจะส่งสัญญาณหรือสื่ออะไรบางอย่างผ่านบทเพลงก็ได้

ซองมิน

ฮะรุ่นพี่ซีวอน

เราเคยรำคาญหรือเบื่อพี่บางไหม?

ไม่นี่ฮะรุ่นพี่

เอ่อพี่ว่า..

?

พี่ว่าเราเลิกกันเถอะ

รุ่นพี่ว่าอะไรนะฮะ

คือพี่ว่าเรายังเด็กเกินไปเราสองคน..

เข้ากันไม่ได้ใช่ไหมฮะ ร่างบางตอบเสียงสั่น

คือพี่ขอโทษนะที่พี่.

ไม่ต้องพูดแล้วฮะรุ่นจะเลิกกับผมก็รีบเลิกเถอะฮะไม่ต้องเอาเหตุผลมาอ้าง.ไม่ว่าจะเหตุผลอะไร.ผมไม่อยากฟังผมเข้าใจรุ่นพี่ฮะรีบไปเถอะ ร่างบางพูดเสียงสั่น กลั้นเสียงสะอื้น ตอนนี้น้ำตาคลอเบ้าพร้อมที่จะไหลทุกเวลา ทำไมทำไมรุ่นพี่ต้องทำอย่างนี้ด้วย!! เจ็บเจ็บมาก เจ็บมากจริงๆ!

พี่ขอโทษ (ขอโทษแล้วหายตำรวจจะมีไว้ทำไม)

.

และแล้วซีวอนก็ค่อยๆย่างเท้าเดินจากไป ร่างบางทำอะไรไม่ถูก เหมือนเรี่ยวแรงมันถูกกลืนหายไปพร้อมกับคำว่าเราเลิกกันเถอะ ต่อจากนี้คงไม่มีคำว่าคนรักกันสำหรับเราสองคนแล้วสินะ รู้ทั้งรู้ว่ารุ่นพี่ซีวอนเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่พบกับใครคนนั้น รุ่นพี่ฮีซอล(ตบสักทีดิหมั่นไส้) คนที่เปลี่ยนพี่ซีวอนจากคนที่เคยใจดีกลายเป็นเย็นชา แต่เราก็ปิดหูปิดตาแกล้งทำไม่รู้ตลอด เราเองสินะที่โง่ โง่ที่ไม่ยอมรับความจริง โง่ที่หลอกตัวเองมาตลอดว่ารุ่นพี่ยังรักเรา ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ ว่ารุ่นพี่เขาหมดใจกับเรา กี่ครั้งแล้วที่แล้วที่เราไม่ยอมความจริง รุ่นพี่ไม่ผิดหรอก เราต่างหากที่ผิด ผิดที่ทำใจยอมรับมันไม่ได้สักที

ซองมิน นักเรียนชั้นม.ปลายที่เคยถูกคนทั้งโรงเรียนอิจฉามากที่สุด ครั้งที่ยังคบกับรุ่นพี่ซีวอนอยู่ แต่ตอนนี้เขากลายเป็นอดีตซินเดอเลล่า เพราะตอนนี้รุ่นพี่ซีวอนหันไปคบกับนักเรียนใหม่นั้นก็คือรุ่นพี่ฮีซอล ร่างบางเดินลงจากชั้นดาดฟ้าที่แสนเจ็บปวดค่อยๆเดินมาหาเพื่อนคนหนึ่งในห้อง เขาคนนั้นก็คือฮยอกแจ เพื่อนที่คบกันมานานและเขาไว้ใจมากที่สุดนั้นเอง

ซองมินรุ่นพี่เขาว่าไง

เราสองคนเลิกกันแล้ว

ร่าบางตอบด้วยเสียงอันแผ่วเบา

ห๋า!!!อะไรนะนายเลิกกับรุ่นพี่ซีวอนแล้วเพราะเขาคนนั้นใช่ไหมถึงทำให้นายกับรุ่นพี่ต้องเลิกกันม่ะชั้นจะไปจัดการหมอนั่นให้ (เอาเลยๆฮยอกแจ moojunหนับหนุนให้เข็มละ500)

อย่านะฮยอกแจเรื่องมันผ่านไปแล้ว ไม่มีค่าที่จะจำหรือพูดถึงเขาอีก

แต่ซองมิน..

เถอะน่า.

โธ่เว้ย!!นายนี่แม่พระจริงๆให้ตายสิเฮ้อออ

ฮยอกแจบ่นพร้อมกับถอนหายใจยาวออกมาก่อนที่จะดึงตัวซองมินเข้ามากอดปลอบประโลม ซองมินก็ไม่ปฏิเสธอ้อมกอดนั้น พร้อมกับร้องไห้ออกมาทันที ทั้งสองกอดกันในห้องโดยไม่สนใจสายตาคู่อื่นที่กำลังจ้องมองเขาทั้งคู่อยู่ ทั้งคู่กอดกันจนกระทั่งเสียงออดดังเตือนว่ากำลังจะเริ่มคาบบ่ายแล้ว

ตลอดคาบบ่าย ฮยอกแจหันมามองโต๊ะซองมินตลอดด้วยความเป็นห่วง แทบไม่เป็นอันเรียนกันเลยทีเดียว ก็อย่างว่าทั้งคู่สนิทกันตั้งแต่เด็ก บ้านก็อยู่ใกล้กันแทบจะอยู่ข้างบ้านอยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่ทั้งคู่จะสนิทกัน จนคนเรียกกันว่าเจ้าหญิง(ฟักทอง)ซองมินกับองครักษ์ฮยอกแจกันอยู่แล้ว(เหอะๆ)

หลังเลิกเรียนทั้งคู่กลับบ้านด้วยกันตามปกติ แม้วันนี้ซองมินจะดูโศกเศร้ามากแค่ไหนก็ตาม ฮยอกแจก็พยายามชวนคุยและสร้างเสียงหัวเราะอยู่เสมอ จึงทำให้ซองมินยิ้มออกขึ้นมาบ้าง

อืมถึงบ้านแล้ว

ขอบใจมากนะฮยอกแจ

เอ่อซองมิน

หืม?

กีต้าร์ของนายตัวนั้นของนายยังอยู่รึเปล่า(ที่บ้านไม่มีอะดิมาบ้านjunม่ะ ให้ทั้งกีต้าร์ให้ทั้งเจ้าของเลย เหอะๆ)

อืมยังอยู่ทำไมล่ะ

ชั้นจะขอยืมหน่อยนะ

อืมได้สิเข้าไปเอาในบ้านชั้นเข้ามาสิ

ซองมินพูดพร้อมกับจูงมือฮยอกแจให้เดินตามเข้ามา(ตายล่ะลูกชาย(หรือหญิง)บางคนประพฤตตนไม่งามจะฟ้องเจ๊เบียบ) จนทั้งคู่เดินมาถึงหน้าห้องนอนของซองมิน

เอ่อฮยอกแจ

หือ?

ห้องชั้นรกหน่อยนะวันนี้อย่าว่ากันล่ะ

อืม

ซองมินค่อยๆเปิดประตูห้องเดินเข้าไป

ไหนล่ะห้องรกของนาย

ฮยอกแจมองไปรอบๆห้อง ไหนล่ะที่ซองมินบอกว่ารก ทุกอย่างยังเรียงเป็นระเบียบเรียบร้อยดูสะอาดอยู่ ถ้าเทียบกับห้องเขาแล้ว เหมือนฟ้ากับเหว ห้องรกยิ่งกว่ารังหนูซะอีก

ก็นี้ไง

ซองมินชี้ไปที่ตะกร้าที่ยังมีเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ซักอยู่ ฮยอกแจถึงกับอึ้ง(ตลกเถิดหนูซอง)

เนี่ยนะรกของนายถ้าห้องเขาเรียกว่ารกแล้วห้องชั้นเขาเรียกว่าอะไรเนี่ย

รังหนูไง ซองมินเริ่มยิ้มออก

โห!!ว่ากันอย่างนี้เหรอไม่เอาแล้วกีตงกีต้าร์อะไรนะจะกลับบ้านแล้วเซ็ง

ฮยอกแจเริ่มเกิดอาการงอน ก่อนจะเดินไปที่ประตูเพื่อจะกลับบ้าน แต่แล้วซองมินก็

ฮยอกแจ!เดี๋ยวก่อน

ซองมินรั้งข้อมือของฮยอกแจไว้(กิริยาไม่งามอีกแล้ว) ฮยอกแจค่อยๆหันมาก็พบว่าซองมินกำลังก้มหน้าน้ำตาคลอเบ้าอยู่

ซองมิน.

อย่าเพิ่งกลับเลยนะเมื่อกี้ชั้นขอโทษ

พูดพร้อมกับค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา ทำเอาฮยอกแจใจอ่อนทันที

เออชั้นอยู่ก็ได้แล้วไหนล่ะกีต้าร์

ตรงนั้นไง

ซองมินชี้ไปที่ข้างๆตู้เสื้อผ้าที่มีกีต้าร์วางพิงอยู่ ฮยอกแจไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหยิบทันที ก่อนจะเดินเข้าไปหาซองมินอีกครั้ง

นายอยากฟังเพลงอะไรไหม

แล้วแต่ฮยอกแจแล้วกัน

ได้คร้าบบเดี๋ยวจัดให้

ฮยอกแจรีบเดินไปที่เตียงก่อนจะนั่งเตรียมเล่นกีต้าร์ให้ซองมินฟัง ซองมินก็ตั้งใจฟังโดยการนั่งไปอยู่ข้างๆฮยอกแจ

ฮยอกแจเริ่มดีดกีต้าร์ เพลง I dont want to talk about it ของ Rod Stewart แม้น้ำเสียงจะไม่แหบเศร้าละม้ายคล้ายต้นฉบับเดิมที่ร้องไว้ก็ตาม แต่ด้วยเสียงกีต้าร์ที่ไพเราะก็ทำให้ซองมินฟังอย่างตั้งใจ

I can say by your eyes

That you probably been crying forever

And the stars in the sky

Dont mean nothing to you, they are mirror

I dont want to talk about it

How your broke my heart

If I say here just a little bit longer

If I stay here wont to listen

To my heart

Oh.my heart

If I stay all alone

Will the shadow hide the color of my heart

Blue fall the tear, black fall the night

Still the stars in the sky

Dont mean nothing to you, they are mirror

ฮยอกแจหันมาสบตาซองมินก่อนจะร้องต่อ

I dont want to talk about it

How you broke my heart

If I stay here just a little bit longer

If I stay here wont to listen

To my heart

Ohmy heart

ซองมินที่ตั้งใจฟังตั้งแต่แรกก็ถึงกับเคลิ้มไป จนกระทั่งจบเพลงซองมินรีบปรบมือ กล่าวชมฮยอกแจยกใหญ่

ฮยอกแจเพลงเมื่อกี้เพราะมากเลยล่ะ(อย่าว่าแต่ซองมินเลยjunยังเคลิ้ม เหอะๆ)

จริงเหรอ ฮยอกแจพูดเขินๆ

อืมจริงๆ

ขอบคุณนะ

ชั้นต่างหากที่ต้องขอบคุณนายอุตส่าห์ปลอบใจแถมร้องเพลงให้ฟังอีกขอบคุณนะ

ซองมินพูดพร้อมกับขยับตัวเข้าไปกอดทันที

ฮยอกแจขอบคุณนะ

ไม่เป็นไรงั้นชั้นกลับก่อนนะ

อืมเดี๋ยวไปส่งนะ

ซองมินไปส่งฮยอกแจที่หน้าบ้าน พอร่ำลาเสร็จก็เดินเข้าบ้านไป ส่วนฮยอกแจก็ยังคงยืนอยู่หน้าบ้าน แม้ซองมินจะเดินเข้าบ้านไปแล้วก็ตาม ตอนนี้เขามั่นใจแล้ว ว่าความรู้สึกของเขาที่มีต่อซองมิน มันมากเกินคำว่าเพื่อนแล้ว ทั้งๆที่ผ่านมาเขาพยายามปฏิเสธตัวเองว่ารักซองมินอยู่ จนกระทั่งวันนี้ เขารู้ว่าซองมินเลิกกับรุ่นพี่ซีวอน ทำไมในใจลึกๆในใจรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก จนตอนเย็นเขาได้ร้องเพลงที่เขาเคยได้ยินให้ซองมินฟัง เขาก็ยอมรับความรู้สึกที่ก่อในใจมานาน ความรู้สึกที่เรียกว่ารัก

วันรุ่งขึ้นทั้งคู่ก็ยังไปโรงเรียนตามปกติ แม้ซองมินยังคงเศร้าอยู่โดยเฉพาะเวลาเห็นรุ่นพี่ซีวอนกับรุ่นพี่ฮีซอลเดินเคียงคู่กัน จนฮยอกแจรู้สึกแย่ตาม จนกระทั่งหลังเลิกเรียน ทั้งคู่ตัดสินใจมาทำรายงานที่บ้านฮยอกแจ ส่วนใหญ่ซองมินไม่ค่อยได้ทำหรอก ฮยอกแจทำให้ซะมากกว่า จนกระทั่งทำรายงานชิ้นนั้นเสร็จ ก็เหลือเพียงแต่เข้าเล่ม ฮยอกแจตัดสินใจจะไปหยิบเอง แต่ซองมินก็รั้งไว้ซะก่อน

ฮยอกแจไม่ต้องหรอกเดี๋ยวชั้นหยิบให้เอง

แต่ว่า

ทำต่อเถอะน่าไม่ต้องห่วงแถวโต๊ะเขียนหนังสือใช่ไหมขึ้นไปล่ะนะ

ซองมินรีบวิ่งขึ้นไปโดยไม่ฟังคำทักทวงของฮยอกแจ ร่างบางวิ่งขึ้นมาถึงห้องนอนของฮยอกแจ ก็ถึงกับบ่นใหญ่

ห้องยังไม่เปลี่ยนเลยนะรกยังไงก็รกยังนั้น

ก่อนจะเดินเข้าไปหาแม็กเย็บกระดาษที่โต๊ะเขียนหนังสือทันที ขณะที่ร่างบางหาของไปเรื่อยอยู่นั้น ก็สะดุดกับกล่องสีสันสวยงามกล่องหนึ่งที่แอบอยู่ในลิ้นชัก

กล่องอะไรน่า

พอซองมินเปิดกล่องออกมา ก็พบกับรูปเขากับฮยอกแจที่เคยถ่ายด้วยกันในสมัยเด็ก และรูปสมัยม.ต้นและปัจจุบันในท่าทางอิริยาบทต่าง บางรูปเขาก็ไม่เคยเห็นหรือเคยรู้มาก่อนว่ามีรูปใบนี้ ร่างบางมองรูปตัวเองไปยิ้มไป นี่ฮยอกแจเก็บรูปของเราด้วยเหรอเนี่ย ร่างบางดูรูปไปเรื่อยๆจนกระทั่งรูปใบสุดท้าย เป็นรูปเขากำลังยิ้มแป้นให้กล่องอยู่ พอเห็นรูปนี้ก็อดหัวเราะตัวเองไม่ได้ ด้วยความที่หัวเราะเพลินมากไปหน่อย รูปถ่ายจึงหลุดมือร่วงลงสู่พื้น ร่างบางจึงรีบหยิบขึ้นมา พอพลิกมาดูที่ด้านหลังภาพก็พบกับข้อความหนึ่ง ทำเอาร่างบางถึงกับอึ้งทันที ก็คำนั้นฮยอกแจเขียนไว้ว่า

ชั้นรักนายซองมิน

ทางด้านฮยอกแจก็กังวลว่าซองมินจะเจอกล่องใส่รูปใบนั้นรึเปล่า ทนรอร่างบางไม่ไหว ฮยอกแจจึงตัดสินใจวิ่งขึ้นไปตามซองมินทันที

ซองมิน

ฮยอกแจหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นว่าซองมินกำลังอ่านข้อความหลังภาพถ่ายใบนั้นอยู่

ฮยอกแจมันหมายความว่ายังไง

ซองมินพูดพร้อมกับชูรูปใบนั้นขึ้นมา จ้องหน้าฮยอกแจนิ่ง

คือชั้น

ซองมินไม่พูดต่อแต่เดินเข้ามาหาฮยอกแจ และเขวี้ยงรูปใบนั้นใส่หน้าฮยอกแจทันที

ทำไมต้องโกหกกันด้วยเห็นชั้นเป็นคนโง่ใช่ไหมคิดว่าชั้นไม่สังเกตเลยเหรอไงว่านายแปลกไปนายคงดีใจสินะที่รุ่นพี่เขาเลิกกับชั้นแต่รู้ไว้เลยนะยังไงๆชั้นก็ไม่มีวันรักนาย!!

ซองมินพูดเสร็จก็วิ่งลงข้างล่างเก็บของเดินออกจากบ้านทันที ฮยอกแจค่อยเก็บรูปนั้นขึ้นมาก่อนจะเก็บรูปถ่ายที่เหลือใส่กล่องอย่างถะนุถนอม ส่วนทางด้านซองมินพอถึงบ้านก็รีบอาบน้ำเข้านอน แต่นอนเท่าไรก็นอนไม่หลับ เพราะอะไรกัน หรือว่าเราพูดกับเขาแรงไปเลยไม่สบายใจ หรือเพราะคำว่ารักของฮยอกแจมันยังค้างคาใจอยู่

วันรุ่งขึ้นทั้งสองต่างคนต่างไปโรงเรียน โดยซองมินพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเจอหน้าฮยอกแจ ฮยอกแจโทรไปก็ไม่ยอมรับ ทำเป็นไม่ได้ยินเวลาฮยอกแจเรียก หรือทำเมินเมื่อเดินผ่าน สร้างความอึดอัดใจให้แก่ฮยอกแจ ตลอด2-3วันที่ผ่านมา ซองมินทำเหมือนไม่รู้จักฮยอกแจ ไม่พูด ไม่เล่นกันเหมือนเคย จนคนอื่นๆต่างสงสัยว่าคู่นี้เป็นอะไรกัน

จนกระทั่งเย็นวันหนึ่ง ขณะที่ซองมินกำลังจะเดินเข้าบ้าน ก็เห็นตู้จดหมายมีซองจดหมายค้างอยู่ จึงตัดสินใจหยิบออกมาจากตู้รับจดหมาย โดยจดหมายได้จ่าหน้าซองไว้ว่า

ถึง ซองมิน

ใครกันนะ ซองมินพูดกับตัวเองเบาๆ

พอเข้าบ้านเสร็จ ซองมินก็รีบเข้าห้องนอนตัวเองเพื่ออ่านจดหมายทันที ร่างบางค่อยๆแกะจดหมายเปิดอ่านเนื้อความในจดหมาย

ถึงซองมิน

อย่าตกใจล่ะว่าใครเป็นคนส่งมา นี่ชั้นฮยอกแจเองชั้นรู้ว่านายคงโกธรชั้นมาก ชั้นขอโทษนะ อยากให้นายอ่านจดหมายนี่ให้จบก่อน ถ้านายอ่านเสร็จนายจะทิ้งมันชั้นก็ไม่ว่าอะไร กี่ปีแล้วที่ชั้นกับนายรู้จักกัน เราสองคนเติบโตมาด้วยกัน ชั้นมองเห็นนายตลอด แม้นายจะเห็นชั้นเป็นแค่เพื่อนสนิทก็ตาม ชั้นไม่รู้ว่าชั้นหลงรักนายตอนไหน แต่ที่รู้มีเพียงสิ่งเดียวคือชั้นรักนายมาก รักนายมาตลอด และไม่หวังว่านายจะรักชั้นตอบกลับมา แม้ความรักชั้นอาจจะดูไร้ค่าในสายตานาย แต่นายยังคงมีค่าในสายตาชั้นเสมอ ขอโทษจริงๆที่ไม่สามารถห้ามความรู้สึกนี้ไม่ให้เกิดขึ้นกับเราสองคน ก็นายนะทั้งดูแล ให้ความสำคัญชั้นเสมอ แม้จะแค่ในฐานะเพื่อนก็ตาม ชั้นก็ยังเก็บมาคิดถึงนายตลอดเรื่อยมา จนก่อเกิดเป็นความรัก ถ้าคำๆเดียว คำว่ารักทำให้เราสองคนต้องแยกจากกัน ชั้นยอม ยอมที่จะเก็บคำว่ารักไปตลอดกาล ชั้นขอให้นายลืมคำๆนั้นได้ไหม ชั้นรู้ดีว่านายคงไม่ลืมหรอก ถ้านายไม่ลืมก็ขอให้จดจำไว้ก็แล้วกันว่า ชั้นยังคงรักนายเสมอจากวันนี้ตราบชั่วนิรันดร์ นายเจ็บปวดใจจากคนที่นายรักเมื่อไร ก็ให้นึกถึงชั้นคนนี้แม้จะเป็นคนสุดท้ายที่นายนึกถึงก็ตาม อีกไม่นานหรอกซองมิน นายจะไม่ต้องทนอึดอัดกับคำว่ารักของชั้นแล้ว ลาก่อนคนที่ชั้นรัก ซองมิน

จาก ฮยอกแจ

หลังจากซองมินอ่านจดหมายเสร็จ ก็ถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา ไหนล่ะซองมิน ไหนนายบอกว่านายไม่มีวันจะรักเขาไง แล้วทำไมนายต้องร้องไห้หลังจากอ่านจดหมายเสร็จ ทำไมต้องรู้สึกปวดใจตามฮยอกแจด้วย คนเราโกหกใครก็โกหกได้ ยกเว้นสิ่งเดียวที่นายโกหกไม่ได้ หัวใจของนายไงล่ะซองมิน บางครั้งคนเราอาจคิดว่าคงจะรักใครคนอื่นไม่ได้อีก เปล่าเลยซองมิน นายไม่ยอมเปิดใจเองต่างหาก นายเองก็น่าจะรู้ว่าฮยอกแจรู้สึกยังไง นายไม่ใช่คนโง่นิ บางครั้งสิ่งที่ดีที่สุดก็จะอยู่ใกล้ๆตัวเรา นายกำลังพลาดสิ่งที่ดีและมีค่ามากที่สุดไปแล้วล่ะซองมิน

คืนนั้นซองมินนั่งคิดอยู่บนเตียงคนเดียวทั้งคืน ว่าเขาควรจะทำยังไงดี จนกระทั่งวันรุ่งขึ้น ซองมินมาโรงเรียนในสภาพขอบตาบวมช้ำเนื่องจากร้องไห้บวกกับไม่ได้นอน ทุกคนต่างทักว่าซองมินเป็นอะไร โดยฮยอกแจทำได้แค่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ(อย่างห่วงๆ) เพราะยังคิดว่าซองมินยังโกธรอยู่ จึงไม่กล้าเรียกซองมินมาถามเหมือนตอนแรก จนกระทั่งคาบเช้า อาจารย์ประจำชั้นก็เข้ามายืนหน้าห้องเพื่อบอกข่าวบางเรื่องเหมือนเช่นปกติ

นี่ๆๆๆทุกคนฟังกันหน่อยวันนี้มีเพื่อนคนหนึ่งเขาจะไปจากห้องของเราไปเรียนต่อที่อังกฤษเขาคงอยากลาพวกเราฮยอกแจออกมานี้สิ

ทุกคนต่างให้ความสนใจไปที่ฮยอกแจโดยเฉพาะซองมินจ้องฮยอกแจไมกระพริบ เมื่อฮยอกแจออกไปยืนหน้าห้อง อาจารย์ก็สั่งให้ฮยอกแจบอกลาเพื่อน เนื่องจากจะออกไปเรียนที่อื่น

คือ.

ทุกคนต่างพร้อมใจกันเงียบ เพื่อฟังคำบอกลาของฮยอกแจ โดยเฉพาะซองมินที่มองฮยอกแจด้วยสายตาไม่เข้าใจ

ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมขอขอบคุณทุกๆคนในห้องนี้มากๆ ที่ช่วยเหลือผมโดยให้ผมลอกการบ้าน.(ต้ายห้องชั้นลอกข้อสอบยะชนิดติดกับอาจารย์ด้วยแค่ลอกการบ้านจิ๊บๆ)

ทุกคนหัวเราะ ยกเว้นซองมินคนเดียวที่ยังมองฮยอกแจอยู่โดยไม่หัวเราะสักคำ

อาจฟังดูตลก แต่สำหรับผมมันคือการแสดงความมีน้ำใจจากคุณให้แก่ผม ขอบคุณมากจริงๆ.

ทุกคนหันไปมองฮยอกแจอย่างซาบซึ้ง ฮยอกแจหันไปมองซองมิน ก่อนจะกล่าวต่อ

สำหรับบางคน ผมก็อยากให้เขาดูแลรักษาตัวเองดีๆ อย่าขี้แหยนัก ใจเย็นลงบ้างแล้วก็รักตัวเองให้มากๆล่ะ

ทุกคนสลับมองฮยอกแจกับซองมินอย่างรู้ทัน พร้อมกับส่งยิ้มให้

เอาละๆทุกคนฮยอกแจเขาออกเครื่องตอนช่วงบ่ายวันนี้เขามาลาพวกเราเป็นครั้งสุดท้ายแล้วเขาก็จะกลับบ้านไปเตรียมตัวแล้วมีใครอยากบอกอะไรเขาไหม

ทุกคนหันไปหาซองมินหมด

ผมครับ(ช่างกล้าเนาะลูกใครหว่า)

พอซองมินยกมือแสดงตัวขึ้น ทุกคนเฮลั่น

มีอะไรจะบอกเขาเหรอซองมิน

ซองมินค่อยๆเดินเข้าไปหาฮยอกแจ แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อจู่ๆซองมินก็วิ่งเข้ากอดฮยอกแจทันที

อย่าไปไหนนะฮยอกแจ

ฮยอกแจที่กำลังอึ้งอยู่ พอได้สติก็กอดซองมินตอบทันที ทั้งสองคลายอ้อมกอด จ้องมองซึ่งกันและกัน

ทำไมนายไม่ห้ามชั้นก่อนหน้านี้

ก็ใครจะคิดว่านายจะหนีชั้นไปจริงๆ ซองมินทำหน้างอใส่

พอซองมินพูดเสร็จทั้งสองก็สวมกอดต่อทันที(โหเล่นสวีตหน้าห้องเลย อายไหมนั่น) ทำเอาทุกคนในห้องต่างส่งเสียงโห่ร้องใส่คนทั้งคู่ ฮยอกแจทนไม่ไหวจึงขออนุญาตพาซองมินออกไปนอกห้อง ก็ยังไม่วายยังมีพวกสอดแนมตามไปอีก จนอาจารย์ต้องลากเจ้าพวกที่เหลือกลับเข้าห้องไป

ที่ดาดฟ้าของโรงเรียน ทั้งคู่พากันขึ้นมาบนชั้นนี้เพราะสงบและเงียบที่สุด(ทำอะไรกันนะ ทำไมพามากันที่เงียบๆอย่างนี้ คิดมากนะเฟ้ย) แต่บรรยากาศก็เปลี่ยนไปเมื่อซองมินจู่ๆก็โพล่งขึ้นมา..

ที่นี้ชั้นกับรุ่นพี่ซีวอนเคยมาสารภาพรักกันที่นี้ด้วย

ไอ้คนพูดนะยิ้ม แต่ไอ้คนฟังนี่สิหน้างอแล้ว(อาการงอนออกฤทธิ์)

แต่ความรักของชั้นกับเขาก็จบลงที่นี้เช่นกันและตอนนี้ความรู้สึกรักเขาในตอนนั้นก็ละลายหายไปหมดแล้ว เพราะว่า.

ซองมินหันมามองพร้อมกับขี้นิ้วไปที่ฮยอกแจอย่างเขินๆ(วิ้ว!!!)

ก็เพราะนายฮยอกแจชั้นยอมเปิดใจแล้วชั้นรัก

ยังไม่ทันที่ซองมินจะพูดจบริมฝีปากของร่างบางก็โดนฮยอกแจริบไปซะแล้ว จูบที่อ่อนโยนไม่เร่งรีบ เพราะเป็นจูบที่มอบด้วยความรัก ไม่ใช่อารมณ์ใคร่ จึงแผ่วเบาและอ่อนหวานที่สุดเท่าที่ผ่านมา

หลังจากจูบที่อ่อนหวานผ่านไป ทั้งสองก็หาที่นั่งคุยกัน

ซองมินจำวันที่ชั้นเล่นกีต้าร์และก็ร้องเพลงได้ไหม

จำได้สิวันนั้นนายร้องเพราะมากเลย

นายรู้ไหมทำไมชั้นถึงร้องเพลงนั้น

ทำไมล่ะ?

เพราะวันนั้นชั้นรู้หัวใจตัวเองแถมวันนั้นนายอกหักอีกชั้นก็เลยร้องเพลงนี้ให้นายไง

จริงเหรอขอบคุณนะ

แล้วทั้งคู่ก็สวมกอดกันอีกครั้ง เหมือนโหยหาความอบอุ่นเช่นนี้มานานแสนนาน

บางครั้งคนเรามักจะมองข้ามสิ่งที่ใกล้ตัวเราไป และเราก็มักจะเห็นค่ามันเมื่อสายเกินไป บางครั้งความรักระหว่างเพื่อนอาจจะดูง่าย แต่ความจริงแล้วมันก็ยากพอๆกับการรู้จักคนแปลกหน้า ไม่งั้นเขาจะกล่าวเหรอว่าเปลี่ยนแฟนเป็นเพื่อนยังง่ายกว่าเปลี่ยนเพื่อนเป็นแฟน แต่คำๆนี้ใช้ได้ไม่หมดกับทุกๆคน ถ้าหากเราเปิดใจยอมรับและให้โอกาสเพื่อนคนนั้น แล้วคุณล่ะเปิดโอกาสให้เพื่อนของคุณอย่างซองมินหรือยัง? ถ้าคุณไม่ให้โอกาสเขา คุณอาจเสียความรักที่ดีที่สุดไปแล้วก็ได้ ใครจะไปรู้..

The End

Special Talk

สวัสดีค่ะทุกๆคน ficเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องแรกที่แต่งข้ามค่ายจากJohnnys jr.มาเป็นค่ายSM Entertainment(ไอ้หนูอย่างนี้เขาไม่เรียกว่าข้ามค่ายแล้ว เขาเรียกว่าข้ามประเทศแล้ว) ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะค่ะ มันอาจจะทะแม่งๆหน่อยว่าอยู่jr.ดีๆ ทำไมถึงมาsujuได้ เหตุผลก็เพราะไอ้หมูอ้วนประจำวงKAT-TUN(ไม่ขอเอ่ยนาม คาดสีดำปิดตาด้วย)มันไปเรียนภาษาอังกฤษ(ซึ่งมันก็เกือบจะถนัด)ที่เมืองนอก จึงเกิดอาการน้อยอกน้อยใจขึ้นมาเล็กน้อยถึงปานกลาง แถมถูกเจ๊บางคนล่อลวงเอ๊ย!ชักจูงเข้ามา จึงติดsujuและชินดงอย่างงอมแงม(ชินดงไม่ใช่ยา) อ้อ!ส่วนเรื่องอื่นๆของsujuก็จะตามมานะ แต่ส่วนใหญ่เป็นคนคิดพล็อตแล้วให้เจ๊ที่ล่อลวงเอ๊ย!ชักจูงเข้ามาแต่งให้ซะมากกว่า เพราะแต่งเองทีไร ล่มทุกที ไม่ใช่แต่งต่อไม่ได้ แต่เพราะความขี้เกียจมากกว่า เหอะๆ สำหรับ Suju เราถือว่ายังเป็นแฟนคลับใหม่อยู่ยังไงก็ติชมในความไม่เหมาะสมได้นะค่ะ ถ้ามีอารมณ์เมื่อไรเจอกันใน shot fic เรื่องหน้านะค่ะ รักนะชินดงอ้วน ไอ้หมูตอนประจำsuju น่ารักที่สุดเลย ชินดงจงเจริญ วิ้ว!!!

2006/Nov/07

อ่า......หลังจากนานหายไปนานนะค่ะ ต้องขอบอกกับทุกคนว่า

"เราขอโทษน้า......" ที่เราไม่ได้มาต่อฟิคนานมากเลยอ่ะ เพราะว่าตอนนี้มันไม่มีอารมณ์แต่งอ่ะ

ไม่ใช่ว่า คอมเม้นท์ไม่ดีนะ แต่ว่าเกินคาดตังหาก เราดีใจมากๆ แต่ว่าตอนนี้มันไปไม่ออกจริงๆ ต้องขอโทษนะค่ะ จะพยายามมาต่อให้นะ

แต่วันนี้เอาฟิคของเพื่อนเราเองมาลงให้อ่านกันค่ะ คนชื่อว่า Shinibuchan เค้าแต่งฟิคเหมือนกัน แต่ว่าเป็นชายหญิงนะ แต่ถ้าใครไม่ชอบอ่านเราก็ไม่ว่ากันนะค่ะ อันนี้เอามาลงให้อ่านก่อนอ่ะค่ะ เพราะเราชอบเรื่องนี้ของเพื่อนเรามากกกกกกกก

เราก็เลยขอเค้าให้เอามาลงในบล็อคนี้อ่ะค่ะ เค้าก็ให้มาก ชอบไม่ชอบยังงัย

ก็คอมเม้นท์เป็นกะลังใจในเค้านะค่ะ เพราะถ้าชอบ คงได้อ่านอย่างต่อเนื่องอ่ะ เพราะว่าเพื่อนเราคนนี้เค้าแต่งฟิคอึดมั่กมาก ประมาณว่าแต่งเรื่อยๆอ่ะ ไม่เหมือนเราแต่งไว้ดอง

ขอเชิญทุกท่านอ่านฟิคได้เลยค้า......

คนเม้นท์จะเป็นคนสวยที่สุดในโลกเลยค่ะ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Dark Night Vampire

Part 1 ~ เปิดโลกสายพันธุ์แวมไพร์

ศตวรรษ ที่ 20

เจ้า 2 คนทำอะไรอ่ะ? จีนาโม่ เจ้าออกมาเดี๋ยวนี้

ท่านพ่อ... จีนาโม่ถูกทหารล็อคแขนให้ออกห่างจากชายผู้นั้น

ทหาร...จับเจ้านั่นให้ได้! มัซซูต้าผู้เป็นพ่อของจีนาโม่กำชับด้วยเสียงอันเหี้ยม เกรี้ยวกราด

ฟังข้าก่อน ข้ารักและจริงใจกับจีนาโม่จริงๆเนสโซ่กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ

ข้าไม่มีทางให้สายพันธุ์ Rose Blood มาเกี่ยวดองกับสายพันธุ์ Dark Moon ของเจ้าเด็ดขาด สายพันธุ์ของเจ้ามันมีแต่เลือดชั่ว!! มัซซูต้าชี้หน้าเนสโซ่

ทหาร! จับเจ้าเนสโซ่ไปเตรียมขังไว้ในห้อง Kill Sunny วันพรุ่งนี้เตรียมส่งมันไปหาบรรพบุรุษ Dark Moon ได้เลย ไป!...จีนาโม่ มัซซูต้ากระชากแขนจีนาโม่ให้ไปกับเขา โดยที่เธอต้องเดินตามพ่อของเธอด้วยน้ำตาที่อาบแก้ม

ไม่นาน...เนสโซ่ก็ถูกประหารด้วยห้อง Kill Sunny โดยใช้แสงอาทิตย์ที่สาดส่องจากหลังคา มัซซูต้าพาจีนาโม่ที่อุ้มท้องได้ประมาณ 3 เดือน มาดูการสิ้นชีพของคนรักของเธออย่างทรมานแทบขาดใจ และต่อมาในไม่ช้าจีนาโม่ก็สิ้นใจโดยการตรอมใจตายตามคนรักของเธอ แน่นอนว่าลูกของเธอก็ต้องตายตามแม่เธอไปด้วย แต่ก่อนที่จีนาโม่จะสิ้นใจ เธอได้อธิษฐานเพียงว่าขอให้ลูกของเธอได้ไปเกิดในชาติภพที่ดีกว่าเธอและไม่มีการกีดกั้นความรัก จากนั้นเธอก็สิ้นใจในที่สุด

THE-END

ชิโนะจัง ชิโนะจัง!!! ตื่นเร็ว มีเรื่องด่วน เคตะเขย่าร่างของเด็กสาวให้ฟื้นจากภวังค์

ฮะ! อะไร? มีอะไรเหรอเคตะคุง?ชิโนะสะดุ้งตื่นทันทีพร้อมส่ายหน้าไปมาเพียง 2-3 ครั้ง ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้ไปอยู่หน้าคอมพิวเตอร์

เครื่องตรวจสอบสายพันธุ์แวมไพร์เตือนว่าสายพันธุ์ใหม่ของแวมไพร์กำลังขยายเข้ามาในเขตพื้นที่ของเรา เคตะอธิบาย

พันธุ์ Hug เหรอ? นี่เคตะ! ข้อมูลบอกว่าสายพันธุ์นี้เหนือกว่า Rose Blood กับ Dark Moon ด้วยนี่นาชิโนะจังจ้องข้อมูลในจอคอมฯ ตาไม่กระพริบ

เอ่อ...ชิโนะจัง ติดตามข้อมูลไปก่อนละกันนะ เดี๋ยวฉันขอตัวไปพักผ่อนก่อน รู้สึกเพลียๆ ยังไงไม่รู้เคตะป้องปากหาวก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอน หลังจากนั้นชิโนะจังก็เพียรพยายามสืบเสาะหาข้อมูลของแวมไพร์สายพันธุ์ Hug อย่างตั้งใจ

เอ๊ะ! นี่มันหัวหน้าของสายพันธุ์ Hug เหรอเนี่ย? ชื่อริวอิจิ อืม...เท่ห์ไม่หยอกแฮะ ชิโนะจังมัวแต่เพลิดเพลินกับการเพ่งพินิจใบหน้าของหัวหน้าแวมไพร์สายพันธุ์ใหม่จนลืมเวลาหลับเวลานอนของเธอไปสนิท

เฮ่ย! นี่มันเที่ยงคืนแล้วนี่นา รีบนอนดีกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ไม่มีแรงทำงาน มีหวังเรียวเฮเฉ่งหัวตายแน่ๆแล้วเธอก็รีบเดินเข้าไปในห้องนอน แต่ก่อนที่เธอจะหัวถึงหมอน เธอก็นึกย้อนถึงความฝันที่เธอเพิ่งจะฝันไปเมื่อตอนหัวค่ำทันที

ความฝันนั่น ทำไมมันถึงได้เหมือนจริงขนาดนี้นะ แต่ที่รู้ๆ ก็คือ จีนาโม่กับเนสโซ่น่าสงสารเอามากๆ เลยสุดท้ายเธอก็หลับลงไปในที่สุดเพราะด้วยความเพลียจากการทำงานที่หนักมาทั้งวัน

[เช้าวันรุ่งขึ้น]

ขณะที่ชิโนะจังกำลังอาบน้ำอยู่นั้น เธอสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติในตัวเธอ นั่นก็คือ ที่ลำคอของเธอมีปานรูปดอกกุหลาบสีแดงขนาดความกว้างประมาณ 1 cm. พร้อมกับแววตาที่สดใสในดวงตาสีดำสนิทของเธอ เมื่อเธอยิงฟันเธอก็พบว่าฟันบนหน้าของเธอมีเขี้ยวงอกยาวออกมาทั้งสองข้าง ตอนนี้เธอกำลังตกตะลึงกับร่างกายที่เปลี่ยนไปของเธอ

นี่...นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับชั้นเนี่ย? อย่าบอกนะว่าชั้นเป็นแวมไพร์ ไม่!.....ไม่นะชิโนะบุ OK..OK..ตั้งสติให้ดีๆนะ ไปแต่งตัวให้เสร็จเรียบร้อยแล้วค่อยมาส่องกระจกดูอีกครั้ง เผื่อบางทีเราอาจจะตาฝาดไปเองก็ได้แล้วเธอก็รีบเดินออกจากห้องน้ำไปแต่งตัวที่หน้ากระจก

นี่เคตะ...ชิโนะจังทำอะไรอยู่อ่ะ? ทำไมลงมาช้าจังเรียวเฮละจากการตรวจLab เลือดแวมไพร์แล้วหันมาถามเคตะทันที

ไม่รู้สิ...งั้นเดี๋ยวชั้นขึ้นไปดูก่อนละกันเคตะเดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อไปตามชิโนะจังให้ลงมาทำงานชั้นล่าง

ก๊อกๆๆ ~ชิโนะจังเคตะเคาะประตูห้องพร้อมส่งเสียงเรียกชื่อเจ้าของห้อง

ชิโนะจัง...ทำอะไรอยู่ เป็นอะไรรึเปล่า?

งั้นชั้นจะเข้าไปแล้วนะแล้วเคตะก็เปิดประตูเข้าไปทันที เค้าเห็นร่างของชิโนะจังนั่งนิ่งอยู่บนเตียงเหมือนกับคนไม่มีความรู้สึกยังไงยังงั้นเลย

ชิโนะจัง....ไม่สบายรึเปล่านะเราน่ะเคตะเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าชิโนะจังแล้วนำหลังมือของเค้าไปสัมผัสกับหน้าผากของชิโนะจัง ทันใดนั้น...ชิโนะจังก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเคตะอย่างเย็นชา

เฮ่ย!...แววตาอย่างนี้ มันคุ้นๆแฮะเคตะเริ่มรู้สึกผิดแปลกกับร่างกายของชิโนะจัง

นี่มัน...ปานดอกกุหลาบ เฮ่ย!เอาแล้วไง เรียวเฮ!...เรียวเฮ!...ขึ้นมาที่ห้องชิโนะจังเร็วเคตะส่งสียงตะโกนเรียกเรียวเฮ ไม่ช้า...เรียวเฮก็วิ่งขึ้นมา

มีอะไรเหรอเคตะเรียวเฮถาม

ดูสภาพชิโนะจังตอนนี้สิเคตะชี้นิ้วไปที่ร่างของชิโนะจังที่นั่งนิ่งตาลอยไปที่อื่น

ชั้นมีลางสังหรณ์ว่าชิโนะจังกำลังจะเป็นแวมไพร์ว่ะเรียวเฮมองหน้าเคตะ

พาชิโนะจังไปที่ห้องLabเร็วเรียวเฮทำหน้าตาตื่น

แล้วจะพาไปยังไงล่ะ?เคตะทำท่าทางลุกลี้ลุกลน

นายก็อุ้มพาดบ่าไปสิเรียวเฮสั่ง

ชั้นกลัวชิโนะจังกัดอ่ะดิเคตะทำเสียงสั่นๆ

ไม่หรอกน่า...อาการเพิ่งเริ่ม เร็วๆสิ!ถ้านายช้ากว่านี้ มีหวังนายกับชั้นได้เป็นแวมไพร์แน่ๆแล้วเรียวเฮก็เดินนำหน้าเคตะที่อุ้มร่างชิโนะจังพาดบ่าลงไปยังห้องLab

,,,หลังจากนั้น เรียวเฮกับเคตะก็ปฏิบัติการตรวจสอบและสังเกตการณ์พฤติกรรมของชิโนะจังอย่าง

ขะมักเขม้นและจริงจังเอามากๆ ไม่นาน~ผลการตรวจก้ออกมาเป็นเอกฉันท์ว่า เธอเป็นแวมไพร์

ชิโนะจัง~ทำใจดีๆไว้นะ เธอน่ะเป็นแวมไพร์เรียวเฮตบไหล่ชิโนะจังเพื่อเป็นการปลอบ

หึๆๆ...กะแล้วว่ามันต้องเป็นอย่างนี้ชิโนะจังยิ้มเจื่อนๆก่อนจะจ้องหน้าเรียวเฮกับเคตะด้วยสายตาเศร้าสร้อย

ชั้นเป็นแวมไพร์ก็ต้องออกหากินเลือดผู้บริสุทธิ์ ถ้ามันเป็นอย่างนั้นแล้วนาย 2 คนไม่กลัวชั้นเหรอ?

ชิโนะกล่าว

กลัวก็เสียชื่อ ดร.เรียวเฮล่ะสิ ชั้นน่ะ เซ็ทวัคซีนและเซรั่มชนิดต่างๆให้เธอไว้หมดแล้วเรียวเฮยิ้ม

รับรองว่าชิโนะจังจะไม่มีทางอาละวาดเหมือนกับพวกแวมไพร์ตัวอื่นๆแน่เคตะลูบหัวชิโนะจังอย่างอ่อนโยนพร้อมส่งสายตาที่ห่วงหาตบท้ายไปด้วย

แต่พวกเรามีหน้าที่กำจัดแวมไพร์ไม่ใช่เหรอ? แล้วจะมีประโยชน์อะไรที่จะเก็บชั้นไว้ชิโนะทำสีหน้าหดหู่

ตราบใดที่เธอยังรักและเคารพต่อหน้าที่นี้อยู่เราก็จะคอยปกป้องเธอไว้ และจะยังห่วงใยดูและเธอตลอดไปเรียวเฮกุมมือชิโนะจังจนแน่นเพื่อให้เธอเกิดความมั่นใจ

อืม...ขอบใจนาย2คนมากๆเลยนะชิโนะจังยิ้มพร้อมน้ำตา

เลิกโศรกเศร้ากันเถอะนะ เดี๋ยวชั้นจะพาลร้องไห้ตามไปด้วยเคตะกล่าวขึ้นมากลางคัน

เอ้อ!...ไหนๆก็รู้แล้วว่าชั้นเป็นแวมไพร์ นายช่วยบอกรายละเอียดเกี่ยวกับสายพันธุ์ของชั้นให้ฟังหน่อยได้มั้ย?

OK ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่า เธอน่ะ...เป็นแวมไพร์ที่เป็นครึ่งผสมระหว่างRose Blood กับ Dark Moon สังเกตง่ายๆ ก็คือ ที่คอข้างขวาของเธอมีปานรูปดอกกุหลาบ ผนวกกับดวงตาดำที่มีน้ำหล่อลื่นวาววับดั่งพระจันทร์ที่ฉายส่องมายามค่ำคืน เธอจะมีพลังมากแล้วกล้าแกร่งในวันที่พระจันทร์เต็มดวงเรียวเฮสาธยาย

แล้วถ้าวันที่พระจันทร์ไม่เต็มดวงล่ะ?ชิโนะสวนขึ้นมาทันที

ก็ไม่ต่างอะไรกันมากหรอก เพียงแต่ว่าเลือด Rose Blood นั้นจะทำให้เธอมีนิสัยอ่อนโยน แต่ก็แฝงด้วยความดุร้าย แต่เธอจะใช้ความดุร้ายนี้เฉพาะศัตรูของเธอเท่านั้น แต่ไม่ต้องกลัวนะ เธอจะมีสัญชาตญาณมนุษย์อยู่ก็คือ เธอสามารถที่จะยับยั้งอาการที่เธอไม่ต้องการให้เกิดได้ แถมยังมีวัคซีนกับเซรั่มที่คอยควบคุมให้ด้วย เห็นมั้ยว่าเป็นแวมไพร์อย่างเธอน่ะ ดีจะตายไป

อย่างนั้นเหรอ?...อืม...ชั้นทำใจได้แล้วล่ะชิโนะยิ้มร่าออกมาทันที เมื่อเธอเปิดใจยอมรับในสิ่งที่เธอเป็นได้

เฮ่อ!...ค่อยสบายใจหน่อยเคตะ&เรียวเฮพูดพร้อมกันก่อนจะหันมายิ้มให้กันอย่างร่าเริง

,,,ถึงแม้ชิโนะจังจะทำใจยอมรับสถานภาพของเธอได้ แต่เธอก็ยังรู้สึกกังวลอยู่ลึกๆ ว่า เหตุใดเธอถึงเป็นแวมไพร์ได้และปมนี้เธอก็จะต้องแก้ให้ได้ ไม่ว่านานสักเพียงใด เธอก็จะพยายามจนสิ้นความสามารถของเธอ

To Be Continued

ขอฝาก Fic เรื่องนี้ด้วยนะคะ...นี่ก็เป็นตอนแรกเท่านั้น เดี๋ยวเร็วๆนี้จะเอา Part 2 . มาให้อ่านกันนะคะ

Comment มาได้เต็มที่เลย เราชิโนะบุ เปิดโอกาสให้ทุกท่านคอมเม้นท์ค่ะ

From

R&B_w-inds


edit @ 2006/11/09 18:29:01

2006/Oct/13

ณ ที่ดาดฟ้าของโรงเรียนแห่งหนึ่ง

อืม...ซีวอน....อืมร่างสูงปิดปากอิ่มด้วยการแทรกลิ้นอุ่นเข้าไป เป็นเวลานานร่างสูงยังคงปรนเปรอความหวานจากปากอิ่มนั้นอยู่ จนร่างบางต้องเป็นคนผละออก

ซีวอน...ผม...ผมหายใจไม่ทันร่างบางผละออกได้เพียงนิด หอบหายใจถี่ๆ หน้าแดงเป็นสีระเรื่อ....ซีวอนเห็นแล้วถึงกับยิ้มที่มุมปาก

ยังร้อนแรงเหมือนเดิมใช่มั้ย? ส่วนนายก็ยังอ่อนหัดเหมือนเดิม อย่างนี้ต้องสอนให้เก่งขึ้นกว่าเดิมซะแล้วสิ

อืม... อา...อา....อืม....ร่างบางหายใจไม่ยังทันทั่วปอด ก็ต้องรับการรุกเร้าอันเร่าร้อนจากร่างสูงอย่างไม่ลดละ.จากซอกคออันงามระหงส์ ไล่ลงไปยังยอดอก แผ่นหลังร่างบางแนบชิดกับกำแพง...ร่างสูงยังคงกระทำต่อไปอย่างเมามัน ก่อนที่จะเกินเลยไปมากกว่านี้ ร่างบางดันอกกว้างออก

วะ...วันนี้....ทึกกี้ทำข้าวกล่องมาให้ซีวอนด้วยนะครับ...ซีวอนลองทานหน่อยสิฮะ...ร่างบางรีบพูดตะกุกตะกักพลางยื่นกล่องข้าวให้ซีวอนที่ทำหน้าอารมณ์ค้างสุดๆ แต่ก็รับกล่องข้าวจากร่างบางมาโดยดี ส่วนร่างบางนั้นก็ติดกระดุมเสื้อให้เข้าที่ด้วยอาการมือไม้สั่น

แต่ชั้นไม่หิวล่ะสิร่างสูงเบ้ปากพร้อมสายตาที่เย็นชากับข้าวกล่อง

ผมอุตส่าห์ทำสุดฝีมือเลยนะฮะ กินซักหน่อยเถอะครับร่างบางอ้อนวอนด้วยดวงตากลมโต พร้อมเลิกคิ้วเล็กน้อย

ชั้นขอกินนายได้มั้ยล่ะ? นายน่ะน่ารัก น่าหม่ำอยู่ตลอดเลยนะทำสีหน้าหื่นเข้ามาใกล้ร่างบางจนทำให้แผ่นหลังติดกำแพง ร่างบางสั่นเทาเล็กน้อย

กรี๊ง~~งงง~ เสียงออดหมดเวลาพักกลางวันดังขึ้น

เอ่อ!...ผะ...ผมไปเรียนก่อนนะอะร่างบางรีบลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ห้องเรียน

ฮึ...ฮึ...ซีวอนหัวเราะในลำคอ นึกถึงร่างบางเมื่ออาทิตย์ที่แล้วที่มาสารภาพรักกับเค้า หารู้ไม่ว่าร่างบางไม่ได้เข้าสเป้กเลยแม้แต่น้อย แต่ที่คบด้วยก็เห็นว่าน่ารักดีแล้วก็ว่าง่ายไปซะทุกเรื่อง ทุกกลางวันเค้าจะให้ร่างบางขึ้นมาหาเค้าที่ดาดฟ้า [มาทามอารายอ่า!!!]

ที่ห้องเรียนปี 1 ห้อง A

ร่างบางรีบวิ่งเข้าห้องเมื่อเสียงออดดังมานานอแล้ว แต่อาจารย์ยังไม่เข้า เพื่อนๆทุกคนยังอยู่ในห้อง คุยกันตามวัยรุ่นไม่อยากเรียน ร่างบางค่อยๆเดินมานั่งที่โต๊ะของตัวเอง

ทึกกี้...ไปไหนมาเหรอ? ตอนช่วงพักกลางวันไม่เห็นเลย ดงแฮเพื่อนหน้าหวานถาม

ปะ...เปล่า...เค้าไม่ได้ไปไหนหรอก ก็อยู่ห้องสมุดนี่แล่ะร่างบางก้มหน้าปฏิเสธ สายตาดงแฮเหลือบไปเห็นรอยแดงที่คอของร่างบางก็เกิดความสงสัย

ทึกกี้...ที่คอไปโดนอะไรมาเหรอ?ดงแฮถาม...ทำเอาร่างบางรีบจัดคอเสื้อให้เข้าที่เพื่อปกปิดในสิ่งที่เค้าไม่ต้องการเปิดเผย

เอ่อ...มดกัดน่ะ....ดงแฮ! อาจารย์เข้าแล้ว เรียนกันเถอะร่างบางพูดเมื่ออาจารย์เดินเข้าห้องมา

อืมๆๆๆ...ซินพยักหน้ารับ และก็ฟังที่อาจารย์สอน

หลังเลิกเรียน~

ซีวอนฮะ.....เดี๋ยวก่อนฮะร่างบางวิ่งมาด้วยอาการหอบ [วิ่งมาระยะ 100 เมตร / 1 วินาที]

มีอะไรล่ะ? ทำไมหรอ...คืนนี้จะไปนอนค้างบ้านชั้นรึยังไง?แหม...พูดมาได้ไงเนี่ย หัวสมองมีแต่เรื่องนี้รึยังไง

คุ้กกี้ฮะ....ผมทำมาให้ตอนคาบคหกรรมน่ะร่างบางยื่นกล่องคุ้กกี้ให้ร่างสูง

อืม....Thanks.นะ อุ๊บยังไม่ทันขาดคำ ร่างสูงก็ประทับรอยจูบที่ปากอิ่มของร่างเล็ก

อืม...ซีวอน....อา...คนร่างเล็กครางกระเส่าไม่เป็นท่าเมื่อถูกเล้าโลมที่จุดอ่อนไหวนั้น

ซีวอน...อย่าฮะ....เดี๋ยวคนเห็นร่างบางร้องห้าม

ซีวอน อะ...วันเสาร์นี้...ว่างมั้ยฮะ?ร่างบางถาม

ทำไม?...ย้อนถามกลับ

คิอว่า...ผมจะชวนซีวอนไปเที่ยว...ร่างบางพูดพลางบิดไปมา จินแทรกขึ้น

ก็ได้...แค่นี้ใช่มั้ยพูดจบก็เดินไปทันที ปล่อยให้ร่างบางยืนอึ้ง.....ทำไมนะ...จะถามว่าไปไหนซักคำก็ไม่มี....ร่างบางนึกน้อยใจ ทำแบบนี้มันเหมือนปัดความรำคาญมากกว่า น้ำตาเม็ดกลมใสได้ร่วงหล่นมาจากดวงตากลมโต....จากนั้นร่างบางก็ปาดมันทิ้ง

ทึกกี้!...นายเป็นอะไรน่ะ?....เดี๋ยวซีวอนก็ดุหรอก...ที่อ่อนแอร่างบางพึมพำกับตัวเอง

...วันเสาร์....เวลา 19.00 น.

ร่างบางที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตเข้ารูปสีขาวและกางเกงยีนส์เข้ารูปสีซีด เดินไปมาอยู่หน้าประตูบ้าน เพื่อรอคนๆนั้นอย่างจดจ่อและมุ่งหวัง สักพัก..รถยนต์คันงามก็ขับมาจอดอยู่หน้าบ้าน

โห!รุ่นพี่...เท่ห์จัง...ร่างบางคิด ขณะที่หน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ

ขึ้นรถสิ....ยืนเป็นหุ่นอยู่ได้ร่างบางสะดุ้ง แล้วจึงรีบเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งข้างคนขับ จากนั้นก็ขับรถออกไปด้วยความเร็ว 180 ก.ม./ชม. พาไปในที่แห่งหนึ่ง

...ที่คลับ...ที่มีชื่อว่า...สำเพ็ง club

[ชื่อนี้ บุฬารัตน์ว่า สำเพ็งนะ แต่กรกนกฮาราจูกุ บุฬารัตน์ก็ฮาราจูกุด้วยเหมือนกันนะ]

ซีวอนเดินมาที่โต๊ะประจำของตน ที่ตอนนี้มีกลุ่มเพื่อนๆนั่งเฮฮาปาร์ตี้อยู่...ร่างบางเดินตามอย่างช้าๆ พลางสำรวจไปรอบๆตัว...น่ากลัวจัง...คิดในใจ..แล้วจึงรีบเดินตามจินไป

อ้าว! คุณชายชเว...มาได้ไงเนี่ย?ฮันคยองเพื่อนหน้าหล่อทักแล้วเดินเข้ามาตบไหล่เบาๆ

เหาะมามั้ง? แล้วซินล่ะร่างสูงพูดพลางกวาดสายตามองหา

ทำไมต้องอยากเจอขนาดนั้นล่ะ? ....ร่างบางเริ่มกังวลว้าวุ่นใจ

นี่...มาถึงก็ถามหาเลยนะ แล้วน้องหน้าหวานนี่ล่ะ เอามาเป็นตุ๊กตารึไงคังอินเริ่มเหล่ๆมาทาง ทึกกี้

ถึงจะเป็นตุ๊กตาก็เป็นของชั้น คนอื่นห้ามยุ่งซีวอนตวาด ทำให้คนอื่นเงียบกริบ โดยเฉพาะคิบอมเงียบกว่าใครทั้งนั้นเพราะกลัวซีวอน แล้วซีวอนก็กระแทกก้นนั่งที่โซฟา

นั่งสิ! ยืนบื้ออยู่ได้...พูดจบก็กระชากข้อมือบางให้นั่งข้างตน

ดูท่าทางน้องหน้าหวานคนสวยนี่...จะขี้อายนะครับคังอินแซว เมื่อเห็นว่าร่างบางก้มหน้านั่งเพราะกลัวซีวอนตวาด

อยู่ต่อหน้าชั้นและพวกเพื่อนๆชั้นไม่จำเป็นต้องอาย...จินพูดตาขวางมองไปทางคังอิน จากนั้นก็กระชากร่างบางมาประกบปาก...แล้วจูบอย่างดูดดื่ม....เพื่อนๆที่นั่งในวงมองตาค้าง...ส่วนร่างบางก็ได้แต่นั่งนิ่งให้จินกระทำตามใจตน...มีเพียงน้ำตาเม็ดเล็กๆที่ไหลมา...ขณะที่รับจูบที่ไม่ได้แผงความรักแม้แต่น้อย...แต่เป็นความโกรธ...ความหึงหวงที่เหมือนหวงสิ่งของ...ซึ่งไม่รู้ว่าร่างบางจะเข้าใจมั้ยว่าเค้าทั้งรักทั้งหวงร่างนี้มากขนาดไหน

อึก...เสียงสะดุดของการหายใจของร่างบาง ซีวอนผละริมฝีปากออกจากปากอิ่ม

หมดอารมณ์แล้ว...ชั้นกลับล่ะซีวอนพูดแล้วกระดกเหล้าเข้าปากจนหมดแก้ว แล้วจับข้อมือเล็กให้เดินตามมา ซีวอนโกรธแน่ๆ...เราไปทำอะไรให้โกรธนะไม่รู้ ไม่รู้จริงๆ....คิดได้ดังนั้น น้ำตาก็ไหลลงมาอาบแก้มใส...ปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อป้องกันเสียงสะอื้นจากส่วนลึก

ผะ...อึก...ผมขอโทษ...ที่ผมทำให้ซีวอนโกรธ...ในที่สุดก็ทนไม่ไหว...ไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย ไม่อยากให้ซีวอนโกรธ....ซีวอนไม่พูดอะไร...จนมาถึงหน้าบ้านของทึกกี้

ขอบคุณฮะ...ขับรถกลับดีๆนะฮะพูดขณะที่ในใจคิดว่าซีวอนคงโกรธถึงขนาดไม่พูดด้วย

ขอชั้นเข้าไปนั่งข้างในซักพักได้มั้ย?ซีวอนพูดขณะที่ร่างบางกำลังเปิดประตู

ได้ฮะ...ร่างบางตอบยิ้มบางๆ โล่งใจที่ซีวอนหายโกรธ

~....ในห้องรับแขก....~

น้ำฮะ...ซีวอนร่างบางยื่นแก้วน้ำให้...ซีวอนที่อยู่บนระเบียงออกไปจากที่ห้องรับแขก...ซีวอนมองไปสุดขอบฟ้าที่มีหมู่ดาวมากมาย...ถึงเวลาแล้วสินะ....ที่เค้าจะยอมรับซักทีว่าเค้ารักร่างบางนี่....ถึงเวลาที่เค้าจะบอกรักคนๆนี้ซักที

 ซีวอนเป็นอะ...อ๊ะร่างบางร้องเสียงหลง เมื่อถูกร่างสูงโอบไปกอดจากด้านหลัง ซีวอนซุกหน้าไว้ที่ท้ายทอยอันหอมกรุ่น ซักพักซีวอนก็รั้งไหล่บางให้หันหน้ามาทางตน...ซีวอนเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ กดริมฝีปากบางที่หน้าผากมน ไล่ลงมาที่สันจมูก...แล้วคลอเคลียที่แก้มใส...ร่างบางหลับตาพริ้ม...ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตนเองโหยหาสัมผัสนี้มานานมาก....เป็นสัมผัสที่อ่อนโยน...เพราะทุกครั้งซีวอนจะรุนแรงเสมอ

ชั้นรักเธอ...ได้ยินมั้ย?ซีวอนกระซิบย้ำที่ข้างหู

อืม...ได้ยิน...แล้วฮะ....อึกร่างบางตอบพร้อมเสียงสะอื้นเล็กน้อย

ร้องไห้ทำไม?ซีวอนถาม

ผมดีใจฮะ...คำตอบของทึกกี้...ทำเอาจินยิ้มแป้น พลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ร่างบางซบหน้าเข้าที่อกกว้าง

เราสองคนจะรักกันตลอดไปนะ...ซีวอนพูด

ฮะ...เราสองคนจะรักกันตลอดไปร่างบางพูดไปยิ้มไป...ซีวอนจึงห้อมแก้มป่องๆ แรงๆ 2 ที

ในที่สุดความรักของทั้งคู่ก็เป็นไปด้วยดี

จบ...ตำนานรักดอกเหมย

.THE END.

suichan


edit @ 2006/10/13 19:26:34